วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2558
อาหารคลายเครียด
อาหารเป็นปัจจัยสำคัญที่ทุกคนต้องรับประทานแต่อาหารบางประเภทถ้ารับประทานมากเกินไปอาจเกิดผลเสียต่อร่างกายและสุขภาพได้คะ เรามีอาหารที่จะแนะนำคืออาหารที่ได้จากธรรมชาติและคลายเครียดได้มาแนะนำกันคะได้แก่
ปลา ในปลามีกรดไขมันโอเมก้า 3 ช่วยผ่อนคลายอาการเครียดและซึ้มเศร้าได้ทั้งวิตามินบี 6
และวิตามีนบี 12 โดยเฉพาะวิตามินบี 12 ยังช่วยให้สมองหลั่งสารแห่งความสุขอีกด้วย และเมื่อไรก็ตามที่ร่างกายขาดบี 12 จะทำให้รู้สึกซึมเศร้าหดหู่ขึ้นมาได้ ในมื้ออาหารแนะนำให้รับประทานปลาทูน่า ปลาแซลมอน หรือปลาแมคเคอเรลจะช่วยให้รู้สึกดีขึ้น
อัลมอนด์ อัลมอนด์ช่วยคลายเครียดได้ดี เนื่องจากอุดมด้วยวิตามินบีและแมกนีเซียมช่วยสร้างเซโรโทนิน ทำให้อารมณ์ดี รู้สึกผ่อนคลาย จิตใจสงบ มีวิตามินอีช่วยต้านอนุมูลอิสระที่เกี่ยวเนื่องกับความเครียด และโรคหัวใจ และยังมีสังกะสีช่วยในการบรรเทาความเครียดเช่นกัน
บล็อคโคลี ในบล็อคโคลีมีทั้งวิตามินบี 12 กรดโฟลิก ที่ช่วยส่งเสริมการผลิตเซโรโทนิน สารเคมีที่ทำให้อารมณ์ดีซึ่งร่างกายผลิตขึ้นเองได้ตามธรรมชาติ ช่วยบรรเทาความเครียด วิตกกังวล
ความกลัว
ธัญพืช เลือกรับประทานข้าวกล้องแทนข้าวขาว ขนมปังโฮลวีทและขนมปังขาว นอกจากจะทำให้ไม่อ้วนแล้ว ยังเต็มไปด้วยวิตามินบี เกลือแร่ เช่น แมกนีเซียม โพแทสเซียม และแคลเซียม โปรตีนและไฟเบอร์ ซึ่งช่วยทำให้ผ่อนคลาย ร่างกายและจิตใจสงบลง
นม นมอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่เกี่ยวกับความเครียด และยังประกอบด้วยทริปโตเฟนที่ช่วยทำให้จิตใจสงบ ดื่มนมคู่กับซีเรียล หรือคุกกี้ช็อกโกแลตชิพช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย หรือดื่มนมอุ่น ๆ ก่อนนอนช่วยให้หลับสบาย
ซูชิ นอกจากประโยชน์จากปลาแล้ว สาหร่ายในโรลมากิยังมีคุณสมบัติในการต่อต้านความเครียด อุดมด้วยแมกนีเซียม กรดแพนโทเธนิค และวิตามินบี 2 โดยกรดแพนโทเธนิคจะช่วยเปลี่ยนคอเลสเตอรอลเป็นฮอร์โมนสำหรับต่อต้านความเครียด ป้องกันอาการอ่อนเพลีย
แคนตาลูป แคนตาลูปเป็นแหล่งวิตามินซีที่ดีมาก มีสรรพคุณช่วยต่อต้านความเครียด บำรุงสายตา บำรุงสมอง แถมมีส่วนช่วยในเรื่องของการเกิดสมาธิ
เนื้อวัว ในเนื้อวัวมีธาตุเหล็ก วิตามินบี และสังกะสี ช่วยลดความกังวลใจ ช่วยให้กล้ามเนื้อและประสาทคลายตัว แต่เนื้อวัวก็มีไขมันอิ่มตัวที่เป็นสาเหตุของโรคหัวใจและโรคอื่น ๆ เช่นกัน ดังนั้นจึงควรเลือกรับประทานส่วนที่มีไขมันน้อย เช่น เนื้อสันนอก เนื้อสันใน สะโพกนอก
บลูเบอร์รี่ บลูเบอร์รี่นั้นเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินซีช่วยคลายความเครียดลงได้ นอกจากนี้ยังมีไฟเบอร์ช่วยป้องกันเซลล์ถูกทำลาย และป้องกันร่างกายจากผลกระทบของความเครียดอีกด้วย
ซีเรียล อาหารเช้าซีเรียลเต็มไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ เช่น วิตามินบี กรดโฟลิก วิตามินซี และไฟเบอร์ ที่ช่วยจัดการกับความเครียดให้เรารู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้น
หากได้อาหารที่มีประโยชน์ ที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายระหว่างวัน ก็ไม่ต้องสะสมความเครียดเอาไว้ทั้งวัน ทำให้มีพลังในการต่อสู้กับความเครียดจากการทำงานได้ด้วยละคะ
วันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2558
งาดำ
งาดำ
งาดำเป็นพืชที่มีประโยชน์อย่างมากและเป็นยาที่รักษาได้ทุกโรคนอกจากนี้ งายังมีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ โดยเฉพาะแคลเซียมที่มีมากกว่านมวัวถึง 6 เท่า มีธาตุเหล็ก แมกนีเซียม สังกะสี ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม และทองแดง และยังมากด้วยวิตามินบีชนิดต่างๆ ซึ่งดีต่อระบบประสาท ช่วยทำให้นอนหลับ ร่างกายกระฉับกระเฉง
พร้อมกันนั้นยังมีสารบำรุงประสาทด้วย และวิตามินอีเป็นตัวแอนติออกซิแดนท์ที่ช่วยต้านมะเร็ง
ส่วนประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง คือ ถ้าใช้น้ำมันงาดิบนวดตัวในตอนเช้าก่อนอาบน้ำ
จะช่วยปรับระบบประสาทและระดับฮอร์โมน ให้เข้าสู่สภาวะสมดุล ช่วยคลายเครียดทำให้จิตใจสงบ และยังสามารถนำน้ำมันงาดิบไปใช้นวดตัว เพื่อขจัดอาการปวดเมื่อย คลายกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวดเข่า เคล็ดขัดยอก และทำให้กล้ามเนื้อไม่เหี่ยวย่น ดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ
ประโยชน์ของเซซามีนในงาดำ เซซามิน
เป็นสารลิกแนนชนิดหนึ่งในงาดำซึ่งมีปริมาณมากที่สุด สารดังกล่าวคือสารชีวโมเลกุลที่ทำหน้าที่ป้องกันตัวเองจากศัตรูพืช รายงานวิจัยที่ผ่านมามากมายต่างค้นพบว่า สารเซซามินมีคุณสมบัติทางชีวภาพสูงมาก สามารถสรุปได้ดังนี้
1. ช่วยต้านการอักเสบ ลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคข้อกระดูกอักเสบ
โรคข้อเสื่อม และอีกหลายโรคร้ายสำคัญ (Anti-inflammatory Effect) สารเซซามินในน้ำมันงาดำช่วยยับยั้งไอแอลวันเบต้า (Interleukin-1 Beta, IL-1 Beta) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการทำให้กระดูกอ่อนสลาย ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคอัลไซเมอร์ โรคเบาหวาน ฯลฯ ช่วยในการกำจัดสารพิษของตับ ทำให้ตับทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะในน้ำมันงาดำยังมีวิตามินอี กรดไขมันโอเมก้า 3 ธาตุสังกะสี ทองแดง ฯลฯ
2. ช่วยต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant Effect) ในน้ำมันงาดำประกอบไปด้วยสารเซซามิน วิตามินอี ธาตุสังกะสี วิตามินบี 1, 2, 3, 5, 6, 9 ทองแดง ไอโอดีน ใยอาหาร ฯลฯ ซึ่งสำคัญต่อการช่วยต้านอนุมูลอิสระ
3. ช่วยเสริมในการทำงานของวิตามินอี (Enhancement of Vitamin E) ทำให้ชะลอความชรา ไม่แก่เร็ว ไม่ป่วยเป็นโรคร้ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมาก เนื่องจากมีสารเซซามิน ธาตุสังกะสี ีอีก
4. ลดปฏิกิริยาความเครียดระดับเซลล์ในเนื้อเยื่อต่างๆ (Effect on Hypoxic and Oxidative Stresses) ทำให้คลายเครียด นอนหลับสบาย ส่งผลให้ระบบการทำงานในร่างกายดีขึ้นโดยรวม โดยสารเซซามิน โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส ธาตุสังกะสี แมกนีเซียม ธาตุเหล็ก แคลเซียม ฯลฯ ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ในน้ำมันงาดำจะไปช่วยคลายความเครียดและกระตุ้นการทำงานในเนื้อเยื่อต่างๆ
5. ช่วยลดการดูดซึมและการสังเคราะห์คอเลสเตอรอล (Reduce of Cholesterol)
ช่วยลดความดันโลหิตสูงได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยป้องกันหลอดเลือดแข็งตัว ป้องกันโรคหัวใจ ทำให้ระบบหัวใจแข็งแรง ช่วยกระตุ้นประสาทเรื่องการหดตัวของกล้ามเนื้อและการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจ ควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจให้เป็นไปอย่างปกติ เนื่องจากสารสำคัญในน้ำมันงาดำ เช่น สารเซซามิน กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อน กรดไขมันโอเมก้า 3 กรดไขมันไลโนเลอิก กรดไขมันโอเมก้า 9 ฯลฯ6. ช่วยในการเผาผลาญสลายไขมัน (Effect on Fatty Acid Oxidation) ลดความอ้วนแบบธรรมชาติ ปลอดภัย เสริมสร้างกล้ามเนื้อให้กระชับ โดยในน้ำมันงาดำมีสารเซซามิน ฟอสฟอรัส แมกนีเซียม ฯลฯ ที่ช่วยในการเผาผลาญสลายไขมัน (Fat Burn)
7. ช่วยป้องกันการเสื่อมของเซลล์ ในระบบประสาท (Neuroprotective Effect) ทำให้สมองทำงานดี ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคอัลไซเมอร์ ความจำเสื่อม
8. ทำให้ระดับไขมันอยู่ในสัดส่วนที่พอดี (Hypolipidemic Effect) ช่วยดูแลเกี่ยวกับเรื่องของอัตราส่วนของไขมันในร่างกาย ลดปริมาณของคอเลสเตอรอล มีไขมันดีมากขึ้น ป้องกันโรคหัวใจ ลดความดันโลหิตสูงได้อย่างดีเยี่ยม เนื่องจากสารสำคัญในน้ำมันงาดำ เช่น สารเซซามิน กรดไขมัน โอเมก้า 3 กรดไขมันไลโนเลอิก กรดไขมันโอเมก้า9 ฟอสฟอรัส แมกนีเซียมฯลฯซึ่งช่วยให้ระดับไขมันอยู่ในสัดส่วนที่พอดี
ประโยชน์ของงาดำยังมีอีกมากมาย ลองหันมารับประทานงาดำกันดูบ้างนะคะ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






