วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2558

อาหารป้องกันสิว



อาหารป้องกันสิว สารอาหารต่อไปนี้ มีส่วนป้องกันสิวได้ ได้แก่วิตามินเอ, วิตามินบี, วิตามินซี ,วิตามินดี และ วิตามินอี ส่วนแร่ธาตุ ได้แก่ แคลเซียม ,โพแทสเซียม ,โครเมียม และ สังกะสี การกินอาหารที่ให้สารอาหารเหล่านี้ จะช่วยในการป้องกันสิวได้ ซึ่งจะต้องกิน อาหาร ให้ครบ 5 หมู่ นั้นเอง
โดยเฉพาะ พืชผัก และ ผลไม้ เพื่อให้ได้วิตามินเอ และวิตามินซี รวมทั้งแคลเซียม

การกินอาหารบางประเภทก็ช่วยให้สิวลดได้

1. เปลี่ยนข้าวขาวเป็นข้าวกล้อง ขนมปังขาวเป็นขนมปังโฮลวีท (เติมรำ) อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง
2. เปลี่ยนน้ำผลไม้เป็นผลไม้ที่ไม่หวานจ้ดทั้งผล และไม่กินผลไม้มากเกิน (ไม่ควรเกินมื้อละ 6-8 คำ)
3. เปลี่ยนน้ำผลไม้เป็นน้ำผัก เช่น น้ำมะเขือเทศ ฯลฯ
4. เปลี่ยนเครื่องดื่มเติมน้ำตาล เช่น ชา กาแฟ ฯลฯ จากซื้อมากินเป็นชงเอง อาจใช้น้ำตาลเทียมแทนน้ำตาลจริง หรือใช้นมไขมันต่ำแทนครีมเทียม (คอฟฟีเมตมีน้ำตาลประมาณครึ่งหนึ่งขึ้นไป ที่เหลือเป็นไขมัน)
5. เสริมเส้นใยหรือไฟเบอร์ เช่น ผัก ถั่ว เห็ด งา จมูกข้าว รำข้าว ฯลฯ ผสมในข้าว
6. เปลี่ยนอาหารไม่มีไขมันเป็นอาหารไขมันต่ำ ซึ่งจะทำให้การย่อยอาหารช้าลง
7. เปลี่ยนอาหารมื้อใหญ่วันละ 2-3 มื้อเป็นอาหารมื้อเล็กๆ วันละ 4-5 มื้อ
8. กินอาหารให้ช้าลง มีการศึกษาพบว่า คนที่กินอาหารเร็วมีระดับน้ำตาลหลังอาหารสูงกว่าคนที่กินอาหารช้า ค่อยๆ เคี้ยว
9. กินอาหารที่มีโปรตีนพร้อมข้าว เช่น ไข่ ถั่ว นมไขมันต่ำ นมถั่วเหลือง โปรตีนเกษตร เต้าหู้ ปลา เนื้อ ฯลฯ เพื่อทำให้การย่อยอาหารช้าลง
10. ลดอาหาร ขนม และเครื่องดื่มเติมน้ำตาลให้น้อยลง
11. ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ การศึกษาที่ผ่านมาพบว่า หลังออกแรง-ออกกำลัง... กล้ามเนื้อจะดึงน้ำตาลจากเลือดเข้าไป ทำให้ระดับน้ำตาลหลังอาหารต่ำลงได้ตั้งแต่ 30 นาทีจนถึง 16 ชั่วโมง (ขึ้นกับความแรง และความนานของการออกกำลัง)ฃ
12. ออกกำลังต้านแรง เช่น กายบริหารบางท่า ดึงยางยืด ดึงสปริง ยกน้ำหนัก เล่นเวท เดินขึ้นลงบันไดตามโอกาส ฯลฯ เพื่อให้มีมวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น... มวลกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นจะเป็น "กันชน (buffer)" กันกระแทก หรือช่วยเผาผลาญน้ำตาลเรื่อยๆ ทั้งวัน ไม่เอื่อยเฉื่อยแฉะเหมือนเนื้อเยื่อไขมัน
13.ในน้ำมะนาวจะมีสารพวก AHA อยู่หรือที่เราคุ้นหูกันในชื่อ "กรดผลไม้" นั่นเองซึ่งช่วยผลัดเซลล์ผิวหน้าที่ตายแล้วออกไปได้เป็นอย่างดี และด้วยความที่เป็นกรดอ่อนๆคนจึงนิยมนำน้ำมะนาวมาแต้มที่หัวสิวอักเสบกัน ทำให้สิวอักเสบยุบ หรือช่วยให้หัวสิวเปิดออกมาช่วยให้เรากำจัดหัวสิวออกไปได้อย่างง่ายดาย
14.มะเขือเทศเป็นกรดอ่อนๆนอกจากจะช่วยรักษาสิวอักเสบได้ดีแล้ว ยังช่วยกระชับรูขุมขนบนใบหน้าและช่วยผลัดเซลล์ผิวบนหน้าได้ดีอีกด้วย วิธีการก็คือนำมะเขือเทศไปปั่นให้ละเอียด แล้วก็จัดการพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที แล้วค่อยล้างออกตามปกติ ทำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง จะช่วยให้สิวลดลง ผิวหน้าชุ่มชื้นมีน้ำมีนวลขึ้น
15.ในมะละกอจะมีเอนไซม์ปาเปนและไคโมปาเปน ช่วยรักษาการอักเสบและช่วยการสมานแผลได้เป็นอย่างดี ยิ่งถ้าเป้นสารสะกัดจากเปลือกมะละกอดิบจะช่วยให้การสมานแผลดีกว่า
16.มังคุดเป็นผลไม้ที่ขึ้นชื่อในเรื่องการลดการอักเสบอยู่แล้ว เครื่องสำอางค์ในปัจจุบันก็มีมังคุดเป็นส่วนผสมหลายยี่ห้อ ดังนั้นเราสามารถใช้มังคุดมารักษาสิวได้ดีเช่นกัน โดยเฉพาะกับสิวอักเสบนี่ได้ผลดีนักแล วิธีทำก็เอาเปลือกมังคุดสัก 10 ลูกไปหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปคั้นน้ำด้วยที่คั้นออกมา จะได้น้ำสีม่วงๆก็นำไปผสมกับดินสอพลองให้พอข้นๆ จากนั้นก็นำมาแต้มหัวสิวที่กำลังอักเสบของเรา รับรองสิวอักเสบยุบในชั่วข้ามคืนเลยล่ะค่ะ

การรักษาสิวด้วยผลไม้เป็นวิธีการรักษาแบบง่ายๆแต่ให้ผลดีในระยะยาว เนื่องจากการรักษาแบบธรรมชาตินี้จะไม่ค่อยมีการดื้อยาของเชื้อแบคทีเรีย ไม่เหมือนการรักษาด้วยสารเคมี ทีพอรักษาไปนานๆเชื้อสิวก็ชอบจะดื้อยา ทำให้เราต้องใช้ยารักษาสิวกันอย่างไม่รู้จบ ลองรักษาสิวแบบธรรมชาติด้วยผลไม้ที่แนะนำกันดู อาจจะไม่ทำให้หน้าใสไร้สิวในเร็ววัน แต่หากหายแล้วอาจจะหายเป็นสิวไปตลอดเลยก็ได้ ของอย่างนี้ไม่ลองก็ไม่รู้จริงมั๊ยคะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น